สอนใช้ iOS 15 พร้อม รีวิว iOS 15 มีอะไรใหม่ให้ใช้งานบ้าง

Share

Summary

สรุปการใช้งาน iOS 15 ใหม่ พร้อมคุณสมบัติที่น่าสนใจและวิธีการใช้งานอย่างละเอียด ตั้งแต่การอัปเดตไปจนถึงฟีเจอร์เด่นๆ เช่น Focus Mode, Live Text, Safari, FaceTime, Spotlight และอื่นๆ

Highlights

การอัปเดต iOS 15
00:00:25

IOS 15 รองรับ iPhone 6s ขึ้นไปถึง iPhone 13 สามารถอัปเดตผ่านตัวเครื่องโดยเชื่อมต่อ Wi-Fi และไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการ Software Update หากพื้นที่ไม่พอ ให้ลบแอปฯ หรือรูปภาพที่ไม่จำเป็นออก หรือดาวน์โหลดไฟล์ IPSW แล้วอัปเดตผ่าน iTunes

การใช้งาน Widget และ App Library
00:01:36

สามารถเพิ่ม Widget บนหน้า Home โดยกดค้างที่หน้าจอแล้วแตะเครื่องหมายบวก เลือก Widget ที่ต้องการ เช่น Smart Stack หรือแบตเตอรี่ ซึ่งมีให้เลือก 3 ขนาด: เล็ก กลาง ใหญ่ และจัดเรียงตำแหน่งได้ นอกจากนี้ยังมี App Library ที่อยู่หน้าสุดท้ายของแอปฯ ซึ่งจะจัดกลุ่มแอปฯ ที่อยู่ในหมวดเดียวกันไว้ ช่วยให้ค้นหาแอปฯ ได้ง่ายขึ้น

การแก้ไขหน้าจอหลักและ Control Center
00:03:10

สามารถซ่อนหน้าจอหลักได้โดยกดค้างที่ Home Screen แล้วแตะจุดไข่ปลาด้านล่าง เพื่อซ่อนหน้าที่ไม่ต้องการแสดง จากนั้นจะเหลือเพียงหน้าที่เลือกไว้ และ App Library จะถูกแสดงเมื่อปัดไปทางขวาสุด นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่ง Control Center ได้ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อย เช่น กล้อง, บันทึกหน้าจอ, โหมดประหยัดพลังงาน เพื่อความสะดวกในการเข้าถึง

การปรับ Theme และ Tone สี
00:06:22

สามารถปรับ Theme หรือโทนสีของ iOS ได้ที่การตั้งค่า > จอภาพและความสว่าง เลือกระหว่างโทนมืด (Dark Mode) หรือโทนสว่าง (Light Mode) หรือตั้งค่าเป็นอัตโนมัติให้สลับตามช่วงเวลา เช่น สว่างช่วงกลางวัน และมืดช่วงกลางคืน ซึ่งช่วยประหยัดแบตเตอรี่และถนอมสายตา

ฟีเจอร์การตัดเสียงรบกวน (Voice Isolation)
00:07:15

เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกระหว่างการโทร (เช่น Line Call, FaceTime) โดยเลื่อน Control Center ลงมาในขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์และเลือกโหมด 'แยกเสียง' เพื่อให้ปลายสายได้ยินเสียงเราชัดเจน และอีกโหมดคือ 'Spectrum กว้าง' (Wide Spectrum) ที่จะทำให้ได้ยินเสียงรอบข้างชัดเจน

Live Text
00:08:50

เปิดแอปพลิเคชันกล้องและเล็งไปที่รูปภาพที่มีข้อความ จากนั้นแตะไอคอนสี่เหลี่ยมที่มีขีดด้านล่างขวาเพื่อตรวจจับข้อความ สามารถคัดลอกข้อความไปวาง หรือแตะเบอร์โทรศัพท์เพื่อโทรออกได้ทันที โดยต้องตั้งค่าภาษาเครื่องเป็นภาษาอังกฤษ

QuickTake และ Burst Mode
00:09:55

QuickTake (สำหรับ iPhone 10s ขึ้นไป) ช่วยให้ถ่ายวิดีโออย่างรวดเร็วโดยกดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้และเลื่อนขึ้น/ลง เพื่อซูมเข้า/ออก ส่วน Burst Mode (ถ่ายภาพต่อเนื่อง) ทำได้โดยกดปุ่มชัตเตอร์แล้วเลื่อนไปทางซ้าย

แอป Photos
00:10:56

สามารถดูรายละเอียดของรูปภาพได้มากขึ้น เช่น รุ่นกล้อง, ค่า F Stop, สถานที่ถ่ายภาพ และอีกฟีเจอร์คือ Memory ที่จะทำการเลือกรูปภาพและเพลงมาประกอบเป็นวิดีโอให้โดยอัตโนมัติ โดยมีรูปแบบธีมที่หลากหลายและสามารถแชร์ออกไปยังช่องทางต่างๆ ได้

Safari (เบราว์เซอร์)
00:12:23

ช่อง Address Bar ย้ายลงมาอยู่ด้านล่างเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น สามารถพิมพ์หรือค้นหาด้วยเสียงได้ หากไม่คุ้นชินสามารถตั้งค่าให้กลับไปอยู่ด้านบนได้ นอกจากนี้ยังมี Tab Group ที่ช่วยจัดกลุ่มเว็บไซต์ต่างๆ ให้อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน ซึ่งสามารถซิงค์ข้อมูลผ่าน iCloud ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้

FaceTime
00:14:38

มีการปรับปรุง Group FaceTime ให้แสดงผู้ร่วมสนทนาแบบ Quick View และเพิ่ม Portrait Mode เพื่อเบลอพื้นหลังระหว่างการโทร รวมถึง FaceTime Link ที่ช่วยให้สร้างลิงก์เพื่อเชิญบุคคลอื่นเข้าร่วม FaceTime ได้ แม้ผู้รับจะไม่ได้ใช้ iPhone (รองรับ Windows และ Android) แต่ฟีเจอร์ Share Screen ยังไม่สามารถใช้งานได้ใน iOS 15.0

แอปพลิเคชัน Notes
00:17:05

ได้รับการปรับปรุง 3 จุดหลัก: รองรับการ Mention (แท็กเพื่อน) โดยใส่เครื่องหมาย @, จัด Hashtag โดยใส่ # เพื่อจัดหมวดหมู่โน้ต และ Quick Notes ที่สามารถอ่านและแก้ไขได้บน iPhone แต่ต้องสร้างบน iPadOS 15 หรือ macOS Monterey

Focus Mode
00:18:13

ช่วยให้เรามีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ โดยการตั้งค่าที่ต้องการอนุญาตให้บุคคลหรือแอปฯ ใดมีการแจ้งเตือน สามารถกำหนด Home Screen และหน้า Custom Page ให้แสดงเฉพาะแอปฯ หรือ Widget ที่จำเป็นในแต่ละ Focus Mode ซึ่งสามารถสลับได้จาก Control Center

Messages
00:21:18

เมื่อส่งรูปภาพหลายรูป ระบบจะทำการรวมเป็น Stack เพื่อประหยัดพื้นที่และจัดการได้ง่ายขึ้น สามารถแตะเพื่อดูรูปภาพทั้งหมดได้ และเพิ่มความสามารถในการแสดงความรู้สึก (Emotion) หรือตอบกลับข้อความในรูปภาพได้โดยตรง

SharePlay
00:22:25

ฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ เช่น ฟังเพลง ดูภาพยนตร์ผ่าน FaceTime แต่ต้องสมัคร Apple Music หรือ Apple TV+ และใน iOS 15.0 ยังไม่รองรับฟีเจอร์นี้

Spotlight
00:23:26

สามารถค้นหาแอปฯ ได้รวดเร็ว และกดค้างเพื่อลบแอปฯ ได้ทันที รวมถึงสามารถค้นหาและติดตั้งแอปฯ จาก App Store ได้โดยไม่ต้องเข้าแอปฯ นอกจากนี้ยังสามารถค้นหารูปภาพจากคำค้นหา (เช่น Cat) หรือค้นหาบุคคลจากชื่อ ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากแอปฯ ต่างๆ เช่น Line หรือรูปภาพ

Siri Offline Mode
00:25:03

Siri สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่ต้องตั้งค่าภาษา Siri เป็นภาษาอังกฤษและดาวน์โหลดข้อมูล Voice ให้ครบ 100% โดยจะรองรับสั่งการพื้นฐาน เช่น การตั้งเวลา หรือค้นรูปภาพ ไม่สามารถสอบถามข้อมูลที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ เช่น สภาพอากาศ

Apple Find My
00:26:48

มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น สามารถค้นหาอุปกรณ์ที่ลิงก์กับ Apple ID ได้ง่ายขึ้น รวมถึง AirTag และที่สำคัญคือเพิ่มฟีเจอร์แจ้งเตือนเมื่อลืมอุปกรณ์ (Notify When Left Behind) ซึ่งจะแจ้งเตือนเมื่อเราเดินออกจากระยะของอุปกรณ์ที่ลิงก์ไว้

iCloud+
00:27:53

iCloud+ เป็นบริการเสริมจาก iCloud เดิม โดยมีราคาเท่าเดิมแต่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น Private Relay (คล้าย VPN) ช่วยให้ท่องเว็บได้อย่างเป็นส่วนตัวและปลอดภัย โดยไม่ระบุตัวตน (สถานะ Beta และยังไม่รองรับในประเทศไทย), Hide My Email (สร้างอีเมลชั่วคราวซ่อนอีเมลจริง), และพื้นที่เก็บวิดีโอจาก HomeKit Secure Video

Apple Maps
00:29:44

มีการปรับปรุง UI เมื่อย่อแผนที่ โดยจะแสดงเป็นรูปโลก นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตรายละเอียดแผนที่เมืองให้ละเอียดขึ้น รวมถึงมุมมอง 3 มิติ และคุณสมบัติการขับขี่ที่ละเอียดขึ้น เช่น ข้อมูลการจราจร, การวางแผนเส้นทาง, และการแสดงเส้นทางแบบเสมือนจริงด้วย AR (รองรับ iPhone 7s ขึ้นไปและในบางประเทศ)

แอปพลิเคชันสภาพอากาศ
00:31:58

มีการเปลี่ยนแปลง UI ครั้งใหญ่ แสดงรายละเอียดข้อมูลสภาพอากาศที่ครบถ้วนและเข้าใจง่ายขึ้น เช่น อุณหภูมิ, ปริมาณฝน (สามารถดูแผนที่ปริมาณฝนได้), และคุณภาพอากาศ (ยังไม่รองรับในประเทศไทย) รวมถึงข้อมูล UV Index, ทิศทางลม, และอื่นๆ

Apple Wallet
00:33:28

เพิ่มความสามารถให้ iPhone เป็นกุญแจดิจิทัลได้ เช่น กุญแจห้องโรงแรม หรือ HomeKit Smart Home รวมถึงปลดล็อกรถยนต์บางรุ่น (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถที่รองรับ)

การเตรียมตัวโอนข้อมูลไปยังเครื่องใหม่
00:34:20

ไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone และเลือก 'เตรียมสำหรับ iPhone เครื่องใหม่' ซึ่งจะช่วยในการถ่ายโอนข้อมูลไปยัง iPhone เครื่องใหม่ได้ง่ายขึ้น หรือสำรองข้อมูลขึ้น iCloud ชั่วคราว (ฟรี 21 วัน) โดยไม่จำกัดพื้นที่สำหรับเครื่องสำรอง

Recently Summarized Articles

Loading...