Summary
Highlights
พี่ฟ้าเล่าประสบการณ์การถูกเพื่อนพูดบั่นทอนกำลังใจว่า 'ดีไม่พอ' ทั้งที่ได้คะแนนท็อปในชั้นเรียน และพี่บิ๊กก็เคยเจอคอมเมนต์ในทำนองเดียวกันเกี่ยวกับรายการคำนี้ดี Featuring ที่เหมือนจะบอกว่าภาษาอังกฤษยังไม่ดีพอกับการจัดรายการ
การรับมือกับความรู้สึก 'ดีไม่พอ' สิ่งแรกคือการพิจารณาเจตนาของผู้พูด ถ้าเจตนาไม่ดีก็ปล่อยผ่านไป ไม่จำเป็นต้องแบกรับท็อกซิกเหล่านั้น แต่ถ้าคำวิจารณ์นั้นมีมูลความจริงและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง ก็ควรรับฟังและนำมาปรับปรุง
เมื่อคำวิจารณ์มาจากครู ซึ่งมีหน้าที่เป็นโค้ชและที่ปรึกษา การรับฟังและนำมาใช้จึงเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่เข้าใจ ควรสอบถามครูโดยตรงถึงแนวทางในการพัฒนาตัวเองต่อไป
ความรู้สึก 'ดีไม่พอ' สามารถทำงานได้สองแบบ คือทำให้เราหยุดอยู่กับที่หรือเป็นแรงผลักดันให้พัฒนา ถ้าเราเปลี่ยนความคิดเป็น 'I'm not good enough yet' (ฉันยังดีไม่พอ...ในตอนนี้) มันจะเปลี่ยนสถานะจากความล้มเหลวเป็นการมีแรงบันดาลใจในการพัฒนาต่อไป
การมี Growth Mindset คือการเชื่อว่าเรายังสามารถพัฒนาตัวเองได้ ไม่ใช่ Fixed Mindset ที่คิดว่าความสามารถของตัวเองถูกจำกัด นอกจากนี้ Self-Efficacy คือความเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราสามารถทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเริ่มต้นและก้าวไปข้างหน้า
หลักการ 3 ข้อในการพิจารณาสิ่งที่คนอื่นพูด: 'จริงหรือไม่?', 'จำเป็นต้องพูดหรือไม่?', และ 'หวังดีหรือไม่?' ถ้าคำพูดนั้นไม่ผ่านเกณฑ์เหล่านี้ เราไม่จำเป็นต้องใส่ใจ นอกจากนี้ บางครั้งคำพูดเชิงลบอาจสะท้อนปัญหาของผู้พูดเอง และการให้อภัยก็จะช่วยให้เราก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นไปได้
แรงอิจฉาหรือคำพูดบั่นทอนจากผู้อื่นอาจเกิดจากการที่พวกเขามองเห็นความสำเร็จของเราในระยะสั้น การที่เรามุ่งมั่นและแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่อง จะสามารถเปลี่ยนความรู้สึกเหล่านั้นให้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้